วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

ระบบสารสนเทศร้านสะดวกซื้อ 7-11

          

                        ประวัติ ความเป็นมา 7-11
ร้านสะดวกซื้อในนาม เซเว่น อีเลฟเว่นได้เปิดประวัติศาสตร์เป็นร้านค้าปลีกครั้งแรกในปี พ.ศ.2470เป็นร้านค้าปลีกในชุมชนชื่อ บริษัท เซาท์แลนด์ไอซ์  (เซาท์แลนด์คอร์ปอเรชั่น) ณ  เมืองดัลลัสมณรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทนม ขนมปัง และไข่เข้ามาจำหน่ายและเปลี่ยนชื่อร้านใหม่เป็นชื่อว่า โทเท็ม สโตร์ (Tote’m Store)  จึงถือว่าเป็นจุดกำเนิดร้านค้าเพื่ออำนวยความสะดวกเป็น   ครั้งแรกและได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นครั้งแรกโดยนำเวลาในการเปิด –  ปิด คือ 7.00-23.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด   ซึ่งปัจจุบัน เซเว่น อีเลฟเว่นได้ขยายปีสาขากว่า 24,000 ทั่วโลกและกลายเป็นสัญลักษณ์ของร้านสะดวกซื้อที่มีมาตรฐานการบริการที่ดีเยี่ยมและทรงประสิทธิภาพ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จนเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นขวัญใจของชุมชน  เครือเจริญโภคภัณฑ์ผู้กำเนิด เซเว่น อีเลฟเว่น ในเมืองไทยเครือซี.พี. มีความสนใจในเรื่องธุรกิจการตลาด และการจัดจำหน่ายโดยยึดหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจ คือการผสมผสานความร่วมมือระหว่าง คน กับ เทคโนโลยี อย่างสอดคล้องทั้งสามด้าน คือ กาลเวลา สถานที่ และประเภทสินค้า ต้องมี “เทคโนโลยี ตลาด และเงินทุน” และธุรกิจที่ทำนั้นต้องตอบสนองผู้บริโภคเป็นสำคัญ มีนโยบายสำคัญอีกข้อหนึ่งคือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเป็นเพราะวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และไม่ปิดกั้นทางธุรกิจขององค์กร เครือ ซี.พี.นั้นเห็นว่าถ้าองค์กรไหนที่มีเทคโนโลยีและเก่งเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ เป็นบริษัทชั้นนำของโลก   

“เซเว่น อีเลฟเว่น” ได้ถือกำเนิดขึ้นในเมืองไทย โดยที่เครือซี.พี.ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาซื้อสิทธิ์ประกอบกิจการค้าปลีก (License) จากบริษัทเซาท์แลนด์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซีพี ออล  จำกัด)  เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 และเริ่มเปิดดำเนินการสาขาแรกที่ถนนพัฒนพงศ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1มิถุนายน พ.ศ.2532 ภาระเร่งด่วนในการที่จะนำเซเว่นอีเลฟเว่นมุ่งสู่ความสำเร็จนั้นก็คือการสรรหาคนเก่งสู่องค์กร การขยายสาขา และ โฆษณาประชาสัมพันธ์เล็งเห็นความสำคัญของร้านค้าปลีกตามแหล่งชุมชนใกล้บ้านที่มีมาตั้งแต่อดีต จึงนำธุรกิจแบบดั้งเดิมมาผสม ผสานกับระบบการจัดการที่มีคุณภาพและทันสมัย คุณก่อศักดิ์นั้น มีวิสัยทัศน์ในการบริการงานว่า การทำงานกันเป็นทีมเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จได้ เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค เป็นเพราะว่าได้นำกลยุทธ์สำคัญ ที่เน้นให้บริการแบบอบอุ่นและเป็นกันเองโดยหยิบยกเอาวัฒนธรรมไทยในการไหว้และคำกล่าวทักทาย “สวัสดี”เปิดการขายและปิดการขายด้วยการ“ขอบคุณ” ทุกครั้งสร้างมิติใหม่ในการค้าของร้านสะดวกซื้อบริการ      “เคาน์เตอร์เซอร์วิส”เป็นแห่งแรกของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าสาธารณูปโภคทุกประเภทได้แก่ ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และบริการจากการผ่อนสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะทำให้ลูกค้านั้นประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งยังชำระได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีการติดตั้งเครื่องATM ไว้ที่ร้านสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป
ระบบสารสนเทศนำมาประยุกต์ใช้สำหรับ 7-11
                                                     เกี่ยวกับ IT

                  เคาน์เตอร์เซอร์วิส                                                                  เครื่องบันทึกเงินสด
             สแกนบาร์คโค้ด                                                                            เครื่องพีซี
                  ประตูอัตโนมัติ                                                                      กล้องวงจรปิด

                                                   ตู้ATM

                                          
ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้ชื่อว่าเป็น ร้านค้าปลีกประเภทคอนวีเนียนสโตร์ มีสาขามากมายอยู่แทบทุกหัวมุมของถนน ในแต่ละปีเซเว่นอีเลฟเว่นจะเปิด สาขาไม่ต่ำกว่า 200 สาขา ถึงกับมีการ จดสถิติไว้ว่ามีสาขาเซเว่นอีเลฟเว่นเปิด ใหม่ทุกๆ 40 ชั่วโมง   การบริหารสินค้า การจัดส่งสินค้า ที่จะต้องถึงมือร้านค้าทั่วประเทศให้เร็ว ที่สุด บริหารคลังสินค้าไม่ให้มีสต็อกมากเกินไป และแผนตลาดที่สอดคล้อง กับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้มากที่สุด คือโจทย์ที่เซเว่นอีเลฟเว่นต้องหาคำตอบให้ได้ "ข้อมูลการขาย" ที่สามารถเรียก ใช้งานได้ทันที จึงเปรียบเสมือนเป็น "หัวใจ" ของการทำธุรกิจร้านค้าแบบคอนวีเนียนสโตร์ และการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ก็จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) มาช่วยบันทึกข้อมูล และประมวลผลข้อมูลให้ทันท่วงที ถึงกับมีการเปรียบเทียบอย่างไม่เป็นทางการว่า ธุรกิจที่ใช้ไอทีเป็นอันดับ สองรองจากบรรดาธนาคาร ก็คือ ธุรกิจ ค้าปลีกนี่เอง ทางเซเว่นอีเลฟเว่นจึงคิดว่าจะทำอย่างไรกับข้อมูลการขายทุกรายการที่มาจากลูกค้าทั้ง 1,300 แห่งทั่วประเทศที่ต้องเอามาประมวลผลจึงได้มีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัทเทเลคอม เอเชีย คอร์ปอเรชั่น      (ทีเอ)คือคุณ วิเชาว์ รักษ์พงศ์ไพโรจน์  ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องนโยบายด้านไอทีให้กับธุรกิจค้าปลีกมาช่วยในการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท      
        
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น "หัวใจ" ของการบริหารร้านเซเว่นอีเลฟ เว่น ทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่นต้องเรียนรู้เรื่องราวธุรกิจค้าปลีก ที่ไม่ใช่เพียงแค่การอาศัยความรู้วิศวกรรมติดตั้งเครือข่ายให้เสร็จ แต่เขาต้องเรียนรู้ถึงการบริหาร การขายทำอย่างไรจึงจะบริหารข้อมูล ขายอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารระบบจัดส่งสินค้าให้เหมาะสมที่สุด โมเดลของการบริหารไอทีของเซเว่นอีเลฟเว่นในไทย ได้ถูกจัดวางไปตามกิจกรรมหลักในการทำธุรกิจในแต่ ละวัน ซึ่งจะเกี่ยวพันกับหน่วยงาน 4ส่วนหลัก คือ ร้านค้า สำนักงานใหญ่ ศูนย์จัดส่งสินค้า และผู้ผลิตสินค้า (Suppliers)
แต่ความซับซ้อนของความต้อง การใช้ไอทีไม่ได้มีมากไปกว่า การมีเพียง อุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ เครื่องบันทึกเงินสด และพีซีอย่างละเครื่องเท่านั้น
ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกแห่งจะมี


เครื่องบันทึกเงินสด ( Electronic Cash Register หรือ ECR) หน้าที่ของมันคือ นอกจากคำนวณเงินที่ขายสินค้าได้ เครื่องนี้ยังเป็นแหล่งข้อมูลดิบที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรง เพราะทันทีที่สินค้าถูกขายออกไป ข้อมูล ทั้งหมดที่เกี่ยวกับตัวสินค้าที่ขายได้ทุกชิ้น ประเภท ยี่ห้อ ราคา จำนวน ข้อมูล เหล่านี้จะถูกส่งไปยังเครื่องพีซี ที่ตั้งอยู่ หลังร้าน 
  

          เครื่องพีซี จะทำหน้าที่จัดการข้อมูลภายในร้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารเงิน บริหารสินค้า ในทุกๆ เย็น ข้อมูลเหล่านี้จะส่งผ่าน (On-line) โทรศัพท์และโมเด็ม (Modem) ไปยังคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานใหญ่ ในแต่ละวันข้อมูลนับล้านๆคำสั่ง เหล่านี้จะถูกส่งผ่านจากเครื่องพีซีจาก ร้านของเซเว่นอีเลฟเว่นทั้ง 1,300สาขา วิ่งสายโทรศัพท์ผ่านโมเด็มมายังสำนัก งานใหญ่ เพื่อทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเหล่านี้
                      
             บาร์โค้ด-Barcode หรือรหัสแท่ง ลักษณะเป็นแท่งขนานดำ-ขาว หมายถึง   ระบบสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายประจำตัวสินค้าซึ่งเป็นเลขรหัส เป็นภาษาสากลที่ใช้เพื่อสื่อหรือบ่งบอกถึงประเทศผู้ผลิต บริษัทที่ผลิต ชนิดของสินค้า ราคาสินค้า เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการตรวจสอบสินค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเก็บ การจัดจำหน่าย กำหนดนโยบายการตลาด ประโยชน์ของบาร์โค้ด ด้านผู้ผลิต ได้ทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้า ข้อมูลยอดขาย และส่งเสริมการขายได้รวดเร็ว ควบคุมการขายได้ดี ป้องกันสินค้าขาด ด้านผู้ค้าส่ง กระตุ้นทั้งระบบให้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้า การรับ-ส่งสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ด้านผู้ค้าปลีก ป้องกันการติดราคาผิด เก็บเงินได้เร็วขึ้น ประหยัดแรงงานพนักงาน บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ด้านผู้บริโภค ป้องกันการผิดพลาดเวลาชำระเงิน ได้รับบริการเร็วขึ้น มีรายละเอียดของสินค้าที่ซื้อ

              เครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode reader) ตัวเลขของรหัสสินค้าที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของระบบสินค้าคงคลังจะมีจำนวนหลักค่อนข้างมาก เมื่อต้องการเรียกใช้หรือตรวจสอบโดยการป้อนข้อมูลผ่านแป้นพิมพ์จะทำให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย จึงเกิดแนวคิดในการพิมพ์รหัสสินค้าออกมาเป็นแบบแท่งรหัสสีดำและขาวต่อเนื่องกันไปเรียกว่า บาร์โค้ด ซึ่งนำไปใช้พิมพ์ในรหัสสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไป เพื่อสะดวกในการเช็คสินค้าคงเหลือรวมไปถึงการคิดเงินนั่นเอง เครื่องอ่านรหัสเราเรียกว่าเครื่องอ่านบาร์โค้ด มีหลายรูป เช่น แบบมีด้ามจับคล้ายปืน 
        หรือบางแบบก็ฝังในแท่นของเครื่องเก็บเงินสดเลย พบเห็นได้ตามจุดบริการขาย (POS - Point Of Sale) ในร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป
          ตู้ATM   "เอทีเอ็ม-ATM" ย่อมาจาก Automatic Teller Machine คือระบบถอนเงินหรือฝากเงินธนาคารโดยอัตโนมัติ เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกสบายอย่างมากให้แก่ผู้ใช้บริการธนาคาร ระบบเอทีเอ็มคือระบบคอมพิวเตอร์ที่รวบรวมข้อมูลบัญชีเงินฝากของลูกค้าธนาคารไว้ในฐานข้อมูล กับเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล ทำให้สามารถเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ออกไปทั่วเมือง ทั่วประเทศ และทั่วโลกได้ ผู้ใช้บัตรเอทีเอ็มสามารถเบิกเงินจากธนาคารได้จากตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู่ในเกือบทุกหนแห่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ
          เคาน์เตอร์เซอร์วิส    เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าสาธารณูปโภคทุกประเภทได้แก่ ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และบริการจากการผ่อนสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะทำให้ลูกค้านั้นประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งยังชำระได้ตลอด 24 ชั่วโมง


           บานประตูเลื่อนอัตโนมัติ เป็นประตูที่ใช้ระบบเซ็นเซอร์ฝังไว้ภายในและภายนอกหน้าทางเข้าและออกของ    ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เมื่อมีผู้มาใช้บริการเดินเข้า-ออก ระบบเซ็นเซอร์ก็จะทำงานโดยสั่งให้ประตูบานเลื่อนเปิดออกและเมื่อผู้ใช้บริการเดินพ้นจากหน้าประตูก็จะปิดทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษ์หน้าร้าน ให้ทันสมัย สวยงาม เพิ่มความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการ
    กล้องวงจรปิด   ระบบกล้องวงจรปิด คือ CCTV ( Closed Circuit Television System ) ก็คือระบบของ กล้องที่มีไว้บันทึกภาพเคลื่อนไหว ที่นำไปติดไว้ตามที่ต่างๆ มายังส่วนที่เรียกว่า เครื่องบันทึกภาพและเสียงที่เรียกว่า เครื่อง DVR ( Digital Video Recorder ) ซึ่งตัว DVR ก็จะสามารถต่อกับตัว Monitor ได้เพื่อที่เอาไว้สอดส่องอยู่ตลอดเวลาส่วนมากระบบ กล้องวงจรปิด CCTV มักจะนำไปใช้ในระบบ เพื่อการรักษาความปลอดภัย           ของสำนักงาน และ ห้างร้านต่างๆ รวมไปถึง ที่อยู่อาศัยต่าง ๆนอกจากนั้นยังมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของพนักงาน และตรวจสอบพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว


การนำเอาสารสนเทศไปใช้งานในการท่องเที่ยว อาจแบ่งได้ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานและผู้ใช้งานได้ 3 ประเภทได้แก่ 1) รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวางแผน ปรับปรุงแก้ไขการทำงาน 2) นักท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวางแผนการท่องเที่ยว และ 3) ธุรกิจท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการปรับปรุงธุรกิจ วางแผนธุรกิจ การตลาด และประชาสัมพันธ์ของธุรกิจ

3.1 มิติของการนำไปวางแผนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว

ผู้ที่เกี่ยวข้องในมิติของการนำไปวางแผนพัฒนาคือ รัฐบาล และหน่วยงานองค์การต่างๆ นิศา ชัชกุล (2550 : 389-412) ได้อธิบายระบบข้อมูลและสถิติการท่องเที่ยวว่า ในการพัฒนาประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือข้อมูลและสถิติ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ข้อมูลสถิติจะบอกถึงผลงานในอดีตที่ผ่านมาและใช้ในการวางแผนในอนาคต ซึ่งต้องได้มาด้วยกระบวนการทางวิจัย และใช้สถิติที่ถูกต้องเพื่อทำให้ข้อมูลมีคุณภาพน่าเชื่อถือ ความสำคัญของระบบข้อมูลและสถิติการท่องเที่ยวมีดังนี้

•  เพิ่มการลงทุนหรือริเริ่มลงทุน สำหรับผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่

•  เพื่อวางแผนจัดหาและพัฒนาพนักงานบริการเมื่อมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมทั้งการอบรมฝึกฝนเพื่อให้พนักงานบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

•  รัฐบาลนำข้อมูลไปใช้ในการพยากรณ์และวางนโยบายสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจเอกชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ตรงเป้าหมาย

ประเภทข้อมูล สามารถแบ่งประเภทของข้อมูลได้ดังนี้

•  จำแนกตามคุณสมบัติ (Qualitative data) คือข้อมูลที่แสดงค่าของข้อมูลในรูปของข้อความ ไมได้อยู่ในรูปของตัวเลข เช่น สัญชาติ เชื้อชาติ วัตถุประสงค์ของการเข้ามา ลักษณะการเดินทาง เช่นสถิติของนักท่องเที่ยวจากยุโรปแยกเพศชายหรือหญิง สถิติแยกตามประเทศที่เข้ามา

•  จำแนกตามปริมาณ (Quantitative data) คือข้อมูลที่แสดงปริมาณหรือขนาดในลักษณะเป็นตัวเลข เช่นจำนวนนักท่องเที่ยวแยกตามรายได้ จำนวนโรงแรมในประเทศไทย

•  จำแนกตามเวลา (Timing data) เช่นสถิติที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาในการมาเยือนของนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวในบางท้องถิ่นขึ้นอยู่กับฤดูกาลอีกด้วย

•  จำแนกตามภูมิพื้นที่ (Geographic data) เช่นสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต หรือสถิติของจำนวนห้องพักที่มีในจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย

ข้อมูลสถิติที่สำคัญทางการท่องเที่ยว

1. ประเทศต้นกำเนิดของนักท่องเที่ยว (Country of origin) สถิติที่สำคัญที่สุดที่ใช้เพื่อการวางแผนการท่องเที่ยว คือ การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจากประเทศต้นกำเนิดของนักท่องเที่ยว เพราะสถิติดังกล่าวนี้สามารถระบุถึงขอบเขตแห่งความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

2. จำนวนนักท่องเที่ยว (Number of visitors) จำนวนของนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะจุดหมายปลายทาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวและในทำนองเดียวกันก็เป็นองค์ประกอบด้านการแข่งขันที่ทำให้ความต้องการนั้นมีแนวโน้มลดลงด้วยเช่นกัน

3. ระยะเวลาที่พำนัก (Length of stay) โดยทั่วไปยิ่งนักท่องเที่ยวพำนักนานวันก็ยิ่งเพิ่มความต้องการสูงในด้านโรงแรม ภัตตาคาร ร้านขายของและแหล่งท่องเที่ยวตามไปด้วย

4. จำนวนวันที่พัก (Visitor days) สามารถคำนวณได้โดยใช้จำนวนวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา คูณด้วยผลเฉลี่ยของระยะเวลาที่พำนัก จะช่วยกำหนดความต้องการของนักท่องเที่ยวต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่นที่จอดรถ สวนสาธารณะ ชายหาด แหล่งพักผ่อน เพื่อต้องรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

5. ค่าใช้จ่ายต่อบุคคล (Per-capita spending) ตัวเลขนี้จะมีประโยชน์ในด้านการเปรียบเทียบทางสถิติของการท่องเที่ยวซึ่งหาได้จากการคำนวณค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเป็นรายวันคือ จำนวนรวมของค่าใช้จ่ายต่อบุคคล หารด้วยจำนวนวันที่พัก ข้อมูลดังกล่าวยังนำไปใช้ในการวางแผนโฆษณาการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวต่อเดือน ต่อฤดูกาล เป็นต้น

6. เหตุผลที่มาท่องเที่ยว (Reason for visits) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกันระหว่างวัตถุประสงค์ของการมาของนักท่องเที่ยว กับความต้องการที่นักท่องเที่ยวคาดหวังจากการบริการต่างๆ ทางการท่องเที่ยว การแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างนักท่องเที่ยวที่ไม่พักค้างคืนกับที่พักค้างคืน เป็นต้น

7. ประเภทของสถานที่พักที่ต้องการ (Type of accommodation required) ซึ่งจะสัมพันธ์กับประเภทของนักท่องเที่ยวซึ่งต้องการมาด้วยวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวอย่างไร

8. ประเภทของยานพาหนะที่ใช้ (Type of transportation used) ทำให้เห็นถึงประเภทของโครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างด้านการบริการทางการท่องเที่ยวระดับสูงซึ่งเป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวด้วย

9. ระยะเวลาการเดินทางเข้ามาถึง (Time period of tourist arrivals) การกำหนดช่วงสูงสุด (peaks) และช่วงต่ำสุด (valleys) ในรอบหนึ่งปีที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาและเดินทางกลับออกไปจะเป็นประโยชน์หลายประการในอุตสาหกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น การเตรียมพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ให้พร้อมที่ท่าอากาศยาน พรมแดนเข้าออก การวางแผนโฆษณา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นต้น

10. ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนักท่องเที่ยว (Socioeconomic profiles) เช่น อายุ สถานภาพการสมรส ขนาดของครอบครัว อาชีพ และระดับรายได้ ข้อมูลเหล่านี้จะนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนโฆษณา และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการให้ความรู้เบื้องต้นแก่ผู้ที่จะเป็นนักท่องเที่ยวในอนาคต นอกจากนี้ข้อมูลยังเอามาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ

3.2 มิติของการนำไปวางแผนเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

มิตินี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวจะสนใจข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ การใช้ข้อมูลด้วยการสืบค้นข้อมูล (Information searching) เช่น ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลการใช้จ่ายเงิน ข้อมูลที่พัก ข้อมูลร้านอาหารที่ชื่นขอบ เมื่อพอใจในสินค้าและบริการ ก็ตกลงซื้อสินค้าและบริการนั้น (Purchasing products) โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ได้รับและติดสินใจ (Making decision) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังใช้สื่อสารข้อมูลไปยังเพื่อหรือญาติพี่น้อง (communicating with friends and family) ก่อนการเดินทาง ระหว่างการเดินทาง และภายหลังการเดินทาง การใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผนท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวแบบใหม่เปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติในการท่องเที่ยว ซึ่ง Roger Carter (2005) ได้สรุปการเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ไว้น่าสนใจดังนี้

•  ต้องการมากขึ้นและใช้เวลาวันหยุดสั้นลง

•  Makes decisions later, reducing the lead time

•  ค้นหาข้อเสนอที่เป็นปัจเจกมากขึ้น เช่น ข้อเสนอที่ดีกว่า การให้บริการที่ดีกว่า รางวัล ข้อมูลสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวที่รวดเร็ว ทันที เป็นปัจจุบัน

•  Is more mobile and critical; more brand aware but less loyal; more price sensitive

•  นักท่องเที่ยวมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

•  เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น มีข้อมูลเชิงลึกในข้อมูลการท่องเที่ยว และสามารถทำการจองล่วงหน้าได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

•  เข้าถึงการเดินทางระหว่างประเทศด้วยต้นทุนต่ำ
 ระบบสารสนเทศของบริษัท MK RESTAURANTS

การใช้งานของ PDA

       ใช้ PDAเปิด Web โดยผ่าน Wireless ที่อยู่ในวง Lan เดียวกันใบ แล้ว Order จะส่งไปหลังร้าน โดยผ่าน Linux server  สรุปเป็น Web Application POO หรือ Syphon .Restaurant w - POS ( Wireless Point of Service) ที่มีจากคำย่อของ Point Of Order ซึ่งเป็นระบบงานรับออร์เดอร์ไร้สาย โซลูชั่นที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ  สำหรับธุรกิจร้านค้า


ระบบการทำงานก็คือใช้ PDA เป็นตัวรับ Order แล้วส่งผ่าน Wire-less ไปที่ Back office ซึ่งสามารถประมวลผลจาก PDA ไปยัง ห้องครัว (มีหลายห้องได้) รวมทั้งไปยังบาร์น้ำ และ Back Office ยังสามารถทำงานกับ database ได้หลายตระกูล ตัว Software ยังสามารถ Link กับ หลาย ๆ สาขาได้ด้วย สำหรับเครื่อง PDAใช้ hp ipaq 4150 มี 17 เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อมีสองเครื่อง เครื่องที่หนึ่งเป็นเครื่องหลักอีกเครื่องหนึ่งเป็นเครื่องรอง

 การทำงานก็เหมือนกับระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ดังนี้
     1. เมื่อลูกค้า สั่งของ พนักงานรับ order จดลง PDA ที่ลงโปรแกรมเฉพาะ
     2. เมื่อพนักงานกดบันทึก หรือ จบรายการ รายการที่บันทึกไว้ก็ส่งไปยังห้องครัว
     3. เมื่อครัว ต่างๆ รับรายการ ก็จัดส่งตามโต๊ะ
     4. หลังจากนั้นก็มีเรื่องค่าใช้จ่าย ของคงเหลือ หรือ ส่งรายได้เข้าสู่สำนักงานใหญ่

     MK สุกี้ มีระบบในการสั่งสินค้าที่ทันสมัย บางครั้งสั่งอาหารยังไม่ทันเสร็จ ของที่สั่งมาส่งที่โต๊ะแล้ว อันที่จริงแล้วระบบของ MK ที่เห็นกัน เป็นระบบคอมพิวเตอร์ แบบ Wireless networkภายในพื้นที่ของ MK เอง อุปกรณ์ที่ใช้นั้นมีดังนี้
     1. เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่เก็บฐานข้อมูลเกี่ยวกับ ราคา, ของที่ขายและของสดที่มีอยู่, เบอร์โต๊ะต่างที่สั่งของและบิล หรืออาจจะต่อกับระบบโครงข่ายกับเครื่องหลักศูนย์กลางของMKทั้งหมด
     2. เครื่อง PDA เป็นเครื่องที่พนักงานเอาไว้จดรายการที่ลูกค้าสั่ง
     3. โปรแกรมเฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ติดตั้งลงบน PDA
     4. เครื่องพิมพ์ ที่ประจำไว้ที่ครัวต่างๆ เช่น ครัวร้อน หรือ ครัวน้ำ
     5. ระบบ Wireless network


Program POO! w-POS                                                                                                                 
 Wireless Ordering for Restaurant Solution

POO! หรือ siphon. Restaurant w-POS (Wireless Point of Service) มีที่มาจากคำย่อของ Point Of Order ซึ่งเป็นระบบการรับออร์เดอร์ไร้สาย โซลูชั่น ที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร 
POO! ประกอบไปด้วยเครื่องลูกข่ายที่เป็น Pocket PC สำหรับจดออร์เดอร์, ตรวจสอบสถานะโต๊ะในร้าน, ตรวจสอบรายการอาหารที่สั่งไป จนถึงการเก็บเงิน ออร์เดอร์ที่รับมาจะถูกแยกส่งไปยังครัวต่างๆโดยอัตโนมัติตามชนิดของอาหาร เวลาที่ใช้ปรุงอาหาร หรือจัดเตรียมก่อนนำเสริฟที่แตกต่างกัน สามารถรองรับออร์เดอร์ จากคิวรอล่วงหน้า ย้ายโต๊ะ รวมโต๊ะ และฟังก์ชั่นอื่นๆในการจัดการร้าน ระบบพื้นฐานของ POO! นั้นมีเพียงเครื่องแม่ข่าย หรือ Server PCธรรมดาที่มี CPU Pentium Iv และ RAM 512 MB ก็สามารถรองรับ Pocket PC ลูกข่ายได้ถึง 10เครื่องระบบ POO! ยังมีพร้อมอย่างยิ่งที่จะถูกปรับแก้ให้เหมาะสมกับธุรกิจบริการ, ร้านค้าปลีกได้ไม่อยาก


ประโยชน์หรือคุณลักษณะของระบบสารสนเทศ

1. ลดเวลา และความผิดพลาดในการจดออร์เดอร์ ด้วยกระดาษและต้องนำไปป้อนที่แคชเชียร์อีกครั้ง
2. ทำให้เสริฟอาหารได้รวดเร็วขึ้น
3. เพิ่มกำลังให้บริการได้มากขึ้น จากการหมุนเวียนลูกค้าได้เร็ว ทำให้ไม่ต้องเพิ่มพื่นที่ในร้าน
4. ลดค้าใช้จ่ายและจำนวนพนักงานจดออร์เดอร์
5. ลดค้าใช้จ่ายและจำนวนของพนักงานที่ต้องใช้ในกานตรวจสอบความถูกต้องของบิลอีกครั้ง
6. พนักงานแคชเชียร์มีเวลาว่างมากขึ้น สามารถออกไปช่วยบริการลุกค้า ที่หน้าร้าน หรือตามโต๊ะได้
7. ลดความวุ่นวายจากการเดินไปมาของพนักงานในร้าน ทำให้บรรยากาศในร้านดีขึ้น
8. การใช้ EJ (Electronic Journal เป็นทางเลือก) ด้วยพริ๊นเตอร์ Thermal จะช่วยให้ร้านเงียบขึ้นและการบำรุงรักษาต่ำ

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

ระบบสารสนเทศกับร้านสตาร์บัคส์


สตาร์บัคส์เป็นร้านกาแฟที่มีผู้คนรู้จักกันอย่างมากมายเนื่องจากเป็นร้านกาแฟที่มีสไตล์
การจัดร้านอย่างโดดเด่นและมีสูตรในการชงกาแฟตามแบบฉบับของตนเองจึงทำให้สตาร์บัคส์เป็นที่รู้จักสำหรับคอกาแฟทั่วโลก
ประวัติความเป็นมา
ร้านสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ได้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2541
ณ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม โดยบริษัท คอฟฟี่ พาร์ทเนอร์ส จำกัด อันเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPF) เป็นผู้ริเริ่มแนะนำสตาร์บัคส์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้ลิ้มรส ปัจจุบันร้านสตาร์บัคส์เปิดให้บริการแล้วกว่า 33 สาขาและยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นไอของสตาร์บัคส์อยู่เสมอ


กลไกสำคัญ ที่ทำให้สตาร์บัคส์ รักษามาตรฐานเหล่านี้ไว้ได้นั้น จำเป็นจะต้อง พึ่งระบบ การจัดการที่ดี มีระบบคลังสินค้า ที่มีประสิทธิภาพ ที่จะจัดการกับวัตถุดิบ ให้สอดคล้องกับปริมาณ ความต้องการของลูกค้าไม่น้อย และไม่มากเกินไป เพื่อให้กาแฟแต่ละถ้วยคงมาตรฐานดั้งเดิม ไว้ได้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนของธุรกิจ ที่จะตามมาด้วย เกือบทุกจุดของโครงข่ายงาน   ของ สตาร์บัคส์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคลังสินค้า การบริหารลูกค้า และการขาย รวมถึง ระบบ royalty customer จำเป็นต้องพึ่งพาระบบไอทีเข้าช่วยทั้งสิ้น ภายในร้านจะไม่มีระบบบัญชี จะเน้นเรื่องการขายบริการ ระบบไอทีจะซัปพอร์ตให้การขายหน้าร้านดีที่สุด ยุ่งกับระบบน้อยที่สุด นั่นคือ หัวใจของ retail และการเป็น supply chainที่ดี



ระบบสารสนเทศที่นำมาประยุกต์ใช้ในร้านสตาร์บัคส์


กระบวนการของระบบ supply chain management ของสตาร์บัคส์ เริ่มต้นขึ้น ที่ร้านสาขา ที่จะมีระบบชำระเงิน ณ จุดขาย หรือ point of sales (POS) ซึ่งจำเป็นจะต้อง   สนับสนุนการขายให้เป็นไปด้วยความเร็วที่สุด และสะดวกให้มากที่สุดและอุปกรณ์ชิ้นนี้ ยังเป็นด่านหน้าของการ ได้ข้อมูลการซื้ออย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาของการซื้อ เวลาไหนขายดี กาแฟประเภทไหน เป็นที่นิยม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ server ที่ตั้งอยู่หลังร้าน จึงเป็นเสมือนแม่ข่ายหลัก ที่จะทำให้แต่ละร้านบริหารงานได้อย่าง เป็นเอกเทศรู้ได้ว่า ยอดขายแต่ละวันเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปพึ่งระบบของสำนักงานใหญ่ เครื่อง server ที่อยู่ในแต่ละสาขา ของสตาร์บัคส์ จะต้องทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลการขาย ที่ได้จาก เครื่อง POS เพื่อนำไปสู่การจัดการเกี่ยวกับสต็อกสินค้า ที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของลูกค้า และการบริหารการขาย ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ supply management
ระบบข้อมูลภายในร้านสาขา แต่ละแห่งจะมีความยืดหยุ่นมาก ภายในร้านจำเป็นต้อง ดูแลตัวเองให้ได้มากที่สุด ทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ข้อมูลจะถูกส่งเข้ายังเครื่อง server หลังร้าน ซึ่งจะสามารถบอกได้ทันทีว่า มีสินค้าคงเหลืออยู่ในสต็อกภายในร้านเท่าไหร่ เพียงพอกับการขาย หรือไม่
สำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว จะมีเครื่อง server กลาง เพื่อทำหน้าประมวลผลข้อมูลที่สาขาส่งมาให้ ในการประเมินภาพรวม ของวัตถุดิบทั้งหมดว่ามีเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อจะได้สั่งสินค้าไปยังสำนักงานใหญ่ได้ทันกับความ ต้องการ และด้วยการที่มีสูตรของกาแฟเฉพาะตัว ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของ สตาร์บัคส์ ที่จะต้อง เหมือนกันทั่วโลก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไอทีเข้าช่วยในการควบคุมเรื่องเหล่านี้ เพื่อคงคุณภาพของ รสชาติกาแฟอย่างแม่นยำแล้ว
คลังสินค้าของสตาร์บัคส์ ในย่านรามคำแหง จะสามารถเห็นภาพรวม ของสินค้าโดยรวม มีอยู่กี่ชนิด สินค้าชนิดไหน ที่ใกล้จะหมดอายุแล้ว ข้อมูลที่ได้จากคลังสินค้า จะถูกส่งผ่านจากระบบ server ไปยังฝ่ายการตลาดของสตาร์บัคส์ ข้อมูลที่ได้จากคลังสินค้า เมื่อมาบวกผสมรวมกับข้อมูล พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าโดยละเอียด ที่จะได้มาจากเครื่อง point of sales และเครื่อง server ของแต่ละสาขา ซึ่งถือเป็นด่านหน้าที่สำคัญ ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การวางแผนการตลาดที่จำเป็น ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง

สรุป

การนำไอทีมา เพื่อสนับสนุนในเรื่องการจัดการก็ยังคงต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แผนการ ในอนาคตของฝ่ายไอทีสตาร์บัคส์ ก็คือ การลดภาระ ที่สาขาให้มากที่สุด ซึ่งรวมไปถึงการสต็อก วัตถุดิบ ที่จะนำระบบการสั่งแบบเรียลไทม์มาใช้ นั่นหมายความว่า สต็อกสินค้าของสาขาจะไม่มี วัตถุดิบ แต่จะสั่งจากคลังสินค้าเฉพาะ ที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น เพราะทุกวันนี้ข้อมูลการขายทั้งหมด จะถูกส่งไปที่สำนักงานใหญ่ ดังนั้น การที่ไปรวมศูนย์บริหารคลังสินค้า ที่สำนักงานใหญ่ เท่ากับ เป็นการลดภาระให้กับสาขา และไม่ต้องแบกรับสต็อกสินค้าเอาไว้ 

ข้อมูลอ้างอิง